เรื่อง กลัณฑุกชาดก - ว่าด้วย สกุลของนายกลัณฑุกะ

วันออกอากาศ จันทร์ 25 พย. 2556

: อ. กัญรศิ เส็งกิ่ง
กลัณฑุกชาดก
- ว่าด้วย สกุลของนายกลัณฑุกะ

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้มักโอ้อวดรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า เต เทสา ตานิ วตฺถูนิ ดังนี้.
เรื่องแม้ทั้งสองในชาดกนั้น ก็เช่นเดียวกันกับ กฏาหกชาดก นั้นแหละ.
แต่ในชาดกนี้ ทาสของพาราณสีเศรษฐีผู้นี้ มีชื่อว่า กลัณฑุกะ. ในเวลาที่เขาหนีไปครอบครองธิดาของปัจจันตเศรษฐี อยู่ด้วยบริวารเป็นอันมาก. พาราณสีเศรษฐี แม้จะให้คนเที่ยวสืบหา ก็ไม่รู้ที่ที่เขาไป จึงส่งนกแขกเต้าผู้อยู่กับตนไปว่า ไปเถิด ไปสืบหากลัณฑุกะให้ทีเถิด. ลูกนกแขกเต้าเที่ยวไปเรื่อยๆ จนถึงนครนั้น.
ในกาลนั้น กลัณฑุกะประสงค์จะเล่นน้ำ ให้คนถือเอาดอกไม้ของหอมเครื่องลูบไล้กับขาทนียะและโภชนียะ เป็นอันมากไปสู่แม่น้ำ นั่งเรือกับเศรษฐีธิดาเล่นน้ำอยู่ ก็ในประเทศถิ่นฐานนั้น เมื่อเจ้านายใหญ่โต เล่นกีฬาในน้ำจะดื่มนมสด แกล้มด้วยเภสัชที่มีรสเข้ม เพราะเหตุนั้น เมื่อพวกนั้นเล่นน้ำตลอดวัน ความหนาวก็ไม่เบียดเบียนได้. แต่กลัณฑุกะนี้ถือถ้วยนมสดบ้วนปาก แล้วถ่มนมสดนั้นทิ้งเสีย แม้เมื่อจะถ่มทิ้ง ก็ไม่ถ่มลงในน้ำ ถ่มลงบนหัวของเศรษฐีธิดาอีกด้วย.
ฝ่ายลูกนกแขกเต้าบินถึงฝั่งแม่น้ำ ก็เกาะอยู่ที่กิ่งมะเดื่อกิ่งหนึ่ง ค้นดู ก็จำกลัณฑุกะได้ เห็นกำลังถ่มรดศีรษะธิดาเศรษฐีอยู่ ก็กล่าวว่า แน่ะ เจ้าทาสกลัณฑุกะชาติชั่ว จงสำนึกถึงชาติกำเนิด แลพื้นเพของตนบ้างเถิด อย่าเอานมสดมาล้างปากแล้วถ่มรดศีรษะเศรษฐีธิดาผู้สมบูรณ์ด้วยชาติ จำเริญด้วยความสุขเลย ช่างไม่รู้ประมาณตนเลยนะ.
แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :-
“ สกุลของเจ้าไม่ใช่สกุลสูง เราผู้เที่ยวอยู่ในป่าก็ยังรู้ได้ นายของเจ้าทราบแน่แล้ว ก็พึงจับเจ้าไป. ดูราเจ้ากลัณฑุกะ เจ้าจงดื่มน้ำนมเสียเถิด ” ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ประเทศเหล่านั้น พื้นที่เหล่านั้น ดังนี้ ลูกนกแขกเต้ากล่าว หมายถึงท้องแห่งมารดา. ในข้อนี้มีอธิบายดังนี้ว่า เจ้าอยู่ประดิษฐานอยู่แล้ว ในประเทศเหล่าใด ประเทศเหล่านั้นมิใช่เป็นท้องของอิสระชน มีธิดากษัตริย์เป็นต้นดอก ที่แท้เจ้าอยู่แล้ว เจริญเติบโตแล้วในท้องนางทาสีต่างหาก.
ด้วยบทว่า อหญฺจ วนโคจโร นี้ นกแขกเต้าแสดงความว่า ถึงเราจะเป็นสัตว์เดียรัจฉาน ก็ยังรู้ความนี้เลย.
บทว่า อนุวิจฺจ โข ตํ คณฺเหยฺยุ ความว่า เมื่อเราไปบอกกล่าวถึงการประพฤติมรรยาทอันเลวทรามอย่างนี้แล้ว พวกเจ้านายของเจ้าพิจารณาดูรู้แล้ว พึงจับเจ้าไป คือเกาะกุมตัวเจ้าไปเฆี่ยน และทำการตีตราเครื่องหมายทาสเป็นแน่ เพราะเหตุนั้น เจ้าจงประมาณตัว ดื่มนมสด ไม่ถ่มรดศีรษะของธิดาท่านเศรษฐี. นกแขกเต้าเรียกเขาโดยชื่อว่า “กลัณฑุกะ”.
ฝ่ายกลัณฑุกะเล่าก็จำลูกนกแขกเต้าได้ ด้วยความกลัวว่า มันพึงเผยเรื่องของเรา จึงเชิญว่า มาเถิดนาย ท่านมาเมื่อไรเล่า?
แม้นกแขกเต้าเล่าก็รู้ว่า เจ้านี่ไม่ได้เรียกเราด้วยความปรารถนาดี แต่มีความประสงค์จะบิดคอเราให้ตาย จึงกล่าวว่า เราไม่มีธุระกับเจ้า. ดังนี้แล้ว โดดจากที่นั้นไปสู่พระนครพาราณสี เล่าเรื่องราวตามที่ตนเห็นมาให้ท่านเศรษฐีฟังโดยพิสดาร.
ท่านเศรษฐีคิดว่า มันทำไม่สมควรเลย จึงลงอาชญาแก่เขา นำตนมาสู่พระนครพาราณสีตามเดิม แล้วใช้สอยอย่างทาสสืบไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
กลัณฑุกะในครั้งนั้น ได้มาเป็น ภิกษุนี้
ส่วนพาราณสีเศรษฐีได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.


เขียนเมื่อ 20 ม.ค. 2557
 
มูลนิธิพระอภิธรรมวัดศรีสุดาราม
สำนักงานเลขที่ 83 วัดศรีสุดาราม วรวิหาร (ศาลาริมน้ำ)
ถนน บางขุนนนท์ (บางขุนนนท ซอย 6) แขวง บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
โทร 02-886-0087